สำหรับ FLOWZEN CRM System - มีผลบังคับใช้: 29 มกราคม 2569
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศฉบับนี้เป็นเอกสารเชิงนโยบายที่ใช้กำหนดกรอบและหลักการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลภายใต้ระบบ FLOWZEN CRM System เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของระบบให้เป็นไปอย่างมีความมั่นคง เหมาะสม และสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
นโยบายฉบับนี้ยึดถือหลักการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตามกรอบ Confidentiality (ความลับของข้อมูล) Integrity (ความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล) และ Availability (ความพร้อมใช้งานของข้อมูล) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานในการออกแบบและกำหนดมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
บทนิยาม
วัตถุประสงค์
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกรอบ แนวทาง และมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจภายในระบบ FLOWZEN CRM System ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม มีมาตรฐาน และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
นโยบายฉบับนี้ยึดถือหลักการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตามกรอบ Confidentiality, Integrity และ Availability หรือที่เรียกรวมกันว่า "หลัก CIA"
FLOWZEN ดำเนินการตามนโยบายฉบับนี้เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะหน้าที่ตามมาตรา 37 และมาตรา 40
ขอบเขตการบังคับใช้
นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้กับการประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ดำเนินการภายใต้ระบบ FLOWZEN CRM System ครอบคลุมข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ข้อมูลระบบ ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ (Computer Traffic Data) รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่ถูกจัดเก็บ ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลผ่านระบบของ FLOWZEN
นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมถึงการเชื่อมต่อ การรับส่ง และการประมวลผลข้อมูลผ่านระบบหรือบริการของบุคคลภายนอก (Third-party processors)
นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ผู้รับจ้าง ผู้พัฒนาระบบ รวมถึงบุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ที่มีสิทธิ์เข้าถึง ใช้งาน หรือเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลภายใต้ระบบ FLOWZEN CRM System
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศภายใต้หลัก CIA
1. Confidentiality (การรักษาความลับของข้อมูล)
FLOWZEN กำหนดมาตรการเพื่อรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบ FLOWZEN CRM System โดยยึดหลักการ "จำกัดการเข้าถึงเท่าที่จำเป็น (Need-to-know)" และ "สิทธิ์น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (Least Privilege)"
1.1. การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาท (Access Control & Role-based Access Control)
FLOWZEN กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงระบบและข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้งาน โดยจำกัดการเข้าถึงเฉพาะข้อมูลและฟังก์ชันที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของแต่ละบทบาทเท่านั้น
1.2. การเข้ารหัสข้อมูลและการป้องกันการรับส่งข้อมูล (Encryption & Secure Transmission)
FLOWZEN จัดให้มีมาตรการเข้ารหัสข้อมูลที่เหมาะสม ทั้งในกรณีที่ข้อมูลถูกจัดเก็บภายในระบบ (At-rest) และในกรณีที่มีการรับส่งข้อมูลผ่านระบบหรือเครือข่าย (In-transit)
1.3. การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลดิบและการแบ่งแยกหน้าที่ (Raw Data Restriction & Segregation of Duties)
FLOWZEN จำกัดการเข้าถึงข้อมูลดิบ (Raw Data) เฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีหรือผู้ดูแลระบบที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
1.4. การบันทึกและตรวจสอบการเข้าถึง (Logging & Monitoring)
FLOWZEN จัดให้มีการบันทึกประวัติการเข้าถึงและการดำเนินการที่สำคัญภายในระบบในระดับที่เหมาะสม
1.5. การรักษาความลับของบุคลากรและผู้ให้บริการภายนอก
FLOWZEN กำหนดให้บุคลากร ผู้รับจ้าง และผู้เกี่ยวข้องที่อาจเข้าถึงข้อมูลต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการรักษาความลับของข้อมูล
1.6. การแยกข้อมูลตามบัญชีผู้ใช้และการใช้งานระบบ
FLOWZEN กำหนดให้การเข้าถึง การแสดงผล และการจัดการข้อมูลภายในระบบเป็นไปตามระดับบัญชีผู้ใช้
1.7. การรักษาความลับของข้อมูลในกระบวนการนำเข้าข้อมูล
ในกรณีที่มีการนำเข้าข้อมูลส่วนบุคคลเข้าสู่ระบบผ่านไฟล์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ FLOWZEN จะจัดให้มีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม
1.8. การรักษาความลับของข้อมูลที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าปลายทาง
FLOWZEN ถือว่าข้อมูลที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าปลายทางผ่านระบบเป็นข้อมูลที่ต้องได้รับการคุ้มครองด้านความลับ
1.9. การรักษาความลับของข้อมูลที่เกิดจากการจัดหมวดหมู่และการวิเคราะห์ข้อมูล
FLOWZEN ถือว่าข้อมูลที่เกิดจากการจัดหมวดหมู่ การติดแท็ก การจัดกลุ่ม หรือการวิเคราะห์ข้อมูลภายในระบบเป็นข้อมูลที่ต้องได้รับการคุ้มครองด้านความลับในระดับเดียวกับข้อมูลส่วนบุคคล
2. Integrity (ความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล)
FLOWZEN กำหนดมาตรการเพื่อรักษาความถูกต้อง ครบถ้วน และความน่าเชื่อถือของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบ FLOWZEN CRM System
2.1. การยืนยันตัวตนและการกำหนดสิทธิ์ (Authentication & Authorization)
FLOWZEN จัดให้มีระบบยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานและการกำหนดสิทธิ์การใช้งานระบบ
2.2. การบันทึกและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Audit Log & Traceability)
FLOWZEN จัดให้มีการบันทึกประวัติการเข้าถึงและการดำเนินการที่มีผลต่อข้อมูลภายในระบบในระดับที่เหมาะสม
2.3. การควบคุมความถูกต้องของข้อมูลในกระบวนการใช้งานระบบ
FLOWZEN กำหนดให้การเพิ่ม แก้ไข และจัดการข้อมูลภายในระบบต้องเป็นไปตามกระบวนการที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูล
2.4. การควบคุมการเปลี่ยนแปลงระบบ (Change Management)
FLOWZEN กำหนดกระบวนการควบคุมการเปลี่ยนแปลงระบบที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลหรือการทำงานของระบบ
2.5. การทดสอบและการตรวจสอบความถูกต้องของระบบ
FLOWZEN จัดให้มีการทดสอบระบบในระดับที่เหมาะสม ทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงระบบ
2.6. การแก้ไขและจัดการข้อมูลเมื่อพบความคลาดเคลื่อน
ในกรณีที่พบความคลาดเคลื่อน ความไม่ถูกต้อง หรือข้อผิดพลาดของข้อมูล FLOWZEN จะดำเนินการตรวจสอบ สืบค้นสาเหตุ และดำเนินการแก้ไขข้อมูลตามกระบวนการที่กำหนด
3. Availability (ความพร้อมใช้งานของข้อมูล)
FLOWZEN กำหนดมาตรการเพื่อรักษาความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบ FLOWZEN CRM System
3.1. โครงสร้างพื้นฐานระบบและการสำรองข้อมูล (Infrastructure & Backup)
FLOWZEN ใช้โครงสร้างพื้นฐานระบบสารสนเทศที่มีมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยและความเสถียร และจัดให้มีการสำรองข้อมูล (Backup) ในระดับที่เหมาะสม
3.2. มาตรการป้องกันเหตุขัดข้องและการโจมตีระบบ
FLOWZEN กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อความพร้อมใช้งานของระบบ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์
3.3. การเฝ้าระวังและติดตามสถานะระบบ
FLOWZEN ดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามสถานะการทำงานของระบบในระดับที่เหมาะสม
3.4. แผนรองรับเหตุขัดข้องและการกู้คืนระบบ (Incident & Recovery)
FLOWZEN กำหนดแนวทางและกระบวนการในการรองรับเหตุขัดข้องของระบบและการกู้คืนการให้บริการ
3.5. การทบทวนและปรับปรุงมาตรการด้านความพร้อมใช้งาน
FLOWZEN จะทบทวนและปรับปรุงมาตรการด้านความพร้อมใช้งานของข้อมูลและระบบเป็นระยะ
การใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอก
FLOWZEN อาจใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอก (Third-party processors) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของระบบ
การคัดเลือกและประเมินผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอก
FLOWZEN กำหนดให้มีการคัดเลือกผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอกโดยพิจารณาถึงมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement)
ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล FLOWZEN จะกำหนดให้มีข้อตกลงหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามความเหมาะสม
การควบคุมและกำกับดูแลการประมวลผลข้อมูลโดยผู้ให้บริการภายนอก
FLOWZEN จะกำกับดูแลการประมวลผลข้อมูลโดยผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอกในระดับที่เหมาะสม
การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
ในกรณีที่การใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอกเกี่ยวข้องกับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ FLOWZEN จะดำเนินการให้การโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขที่ PDPA กำหนด
การทบทวนและปรับปรุงนโยบาย
FLOWZEN จะดำเนินการทบทวนและประเมินความเหมาะสมของนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศฉบับนี้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายยังคงมีความสอดคล้องกับลักษณะการให้บริการของระบบ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง แนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ FLOWZEN อาจดำเนินการทบทวนและปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาการทบทวน หากมีเหตุอันสมควร เช่น การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อระบบหรือโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงกระบวนการประมวลผลข้อมูล การเกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ หรือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหรือแนวปฏิบัติของหน่วยงานกำกับดูแล